ไวยากรณ์ & การสื่อสาร
คัมภีร์ผันคำกริยาภาษาญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์: เคล็ดลับการแยกกลุ่ม 1-2-3 และวิธีผันรูป Te / Ta / Nai อย่างหมดเปลือก
สำหรับคนไทยที่เริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่น การผันคำกริยา (Verb Conjugation) มักเป็นด่านหินด่านแรกที่ทำให้หลายคนถอดใจ เพราะภาษาไทยของเราไม่มีการเปลี่ยนรูปกริยาตามเวลาหรือความสัมพันธ์ แต่ไม่ต้องกังวล! ครูพี่ YUI & YUTO สรุปกฎเหล็กทั้งหมด พร้อมทริคท่องจำด้วยประสาทสัมผัสมาให้คุณแล้ว!
บทนำ: ทำไมการผันคำกริยาในภาษาญี่ปุ่นจึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนไทย?
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจลักษณะทางภาษาศาสตร์เสียก่อน ภาษาไทยเป็นภาษาในตระกูลคำโดด (Isolating Language) ซึ่งคำกริยาจะไม่มีการเปลี่ยนรูปเลย ไม่ว่าประธานจะเป็นใคร หรือจะกระทำในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตก็ตาม เช่น เราพูดว่า "ฉันกิน", "เมื่อวานฉันกิน", "พรุ่งนี้ฉันอยากกิน" คำว่า "กิน" ก็ยังคงสะกดเหมือนเดิมทุกประการ โดยเราจะใช้คำวิเศษณ์บอกกาลหรือรูปประโยคเข้ามาช่วยเสริมแทน
แต่ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษามีวิภัตติปัจจัยหรือภาษาคำติดต่อ (Agglutinative Language) ที่คำกริยาหลัก (Verb Stem) จะต้องเชื่อมต่อกับส่วนหางเพื่อเปลี่ยนหน้าที่ โครงสร้างเวลา (Tense) อารมณ์ของผู้พูด (Mood) หรือแสดงทัศนคติความสุภาพ ความหมายของประโยคจะเปลี่ยนไปทันทีหากคุณเลือกหางเสียงผิด ดังนั้น การออกเสียงและการพิมพ์หางเสียงของกริยาจึงจำเป็นต้องแม่นยำมาก หากคุณผันคำกริยาไม่ถูกต้อง คู่สนทนาคนญี่ปุ่นอาจเข้าใจความหมายตรงกันข้าม หรือรู้สึกว่าคุณกำลังพูดจาห้วนๆ ศัพท์บางคำผันผิดไปนิดเดียว ความหมายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยครับ!
ในบทความนี้ ครูพี่ YUI & YUTO จะมาแบ่งปันเคล็ดลับการจัดระเบียบความคิดในสมอง เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถผันคำกริยาหลักๆ ในภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับที่สามารถแต่งประโยคเขียนและพิมพ์ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนแรก: การคัดแยกคำกริยาออกเป็น 3 กลุ่ม (Verb Classification)
กุญแจสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราผันกริยาได้อย่างรวดเร็วคือการ "แยกกลุ่มคำกริยา" ให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเห็น หากเราจัดกลุ่มผิด กฎในการผันก็จะผิดตามไปด้วยทันที คำกริยารูปพจนานุกรม (Dictionary Form / รูปธรรมดาที่เปิดเจอในดิคชันนารี) ในภาษาญี่ปุ่นจะลงท้ายด้วยเสียงแถวอักษร U (อุ) เสมอ โดยสามารถจำแนกออกได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้:
1. คำกริยากลุ่มที่ 1 (五段動詞 - Godan Verbs)
คำกริยากลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด วิธีการสังเกตคือ เมื่อดูอักษรตัวสุดท้ายในรูปพจนานุกรม จะต้องลงท้ายด้วยเสียงแถว U ที่ไม่ใช่เสียง -eru หรือ -ilu หรือพูดง่ายๆ คือลงท้ายด้วยเสียง:
- う (u) เช่น 買う (kau - ซื้อ), 会う (au - เจอ)
- く (ku) เช่น 書く (kaku - เขียน), 行く (iku - ไป)
- ぐ (gu) เช่น 泳ぐ (oyogu - ว่ายน้ำ), 急ง (isogu - รีบ)
- す (su) เช่น 話す (hanasu - คุย), 示す (shimesu - แสดง)
- つ (tsu) เช่น 待つ (matsu - รอ), 立つ (tatsu - ยืน)
- ぬ (nu) เช่น 死ぬ (shinu - ตาย) *กริยาเสียงนี้มีน้อยมาก*
- ぶ (bu) เช่น 遊ぶ (asobu - เล่น), 飛ぶ (tobu - บิน)
- む (mu) เช่น 読む (yomu - อ่าน), 飲む (nomu - ดื่ม)
- る (ru) เช่น 作る (tsukuru - ทำ/ผลิต), 帰る (kaeru - กลับ) *เฉพาะคำที่หน้าเสียง ru ไม่ใช่เสียง E หรือ I*
2. คำกริยากลุ่มที่ 2 (一段動詞 - Ichidan Verbs)
คำกริยากลุ่มนี้สังเกตได้ง่าย โดยอักษรตัวสุดท้ายจะเป็น る (ru) เสมอ และอักษรที่อยู่หน้าตัว る จะต้องเป็นเสียงในแถว I (อิ) หรือแถว E (เอะ) เท่านั้น สรุปสูตรจำคือคำที่ลงท้ายด้วยเสียง -iru หรือ -eru ตัวอย่างเช่น:
- เสียง -iru: 見る (miru - ดู), 起きる (okiru - ตื่นนอน), 借りる (kariru - ยืม)
- เสียง -eru: 食べる (taberu - กิน), 寝る (neru - นอน), 教える (oshieru - สอน)
3. คำกริยากลุ่มที่ 3 (不規則動詞 - Irregular Verbs)
กลุ่มนี้ง่ายที่สุดในโลกเพราะมีคำกริยาพื้นฐานอยู่เพียงแค่ 2 คำ เท่านั้น แต่เป็นคำที่ถูกนำไปใช้บ่อยมากและผันได้แปลกประหลาดที่สุด ได้แก่:
- する (suru) แปลว่า "ทำ" (รวมถึงคำนามที่นำมาประสมกับ する เช่น 勉強する benkyou suru - เรียน, 運転する unten suru - ขับรถ)
- 来る (kuru / คุรุ) แปลว่า "มา"
⚠️ คำกริยาข้อยกเว้นพิเศษที่คนไทยสับสนมากที่สุด! (กริยาหน้ากลุ่ม 2 แต่ใจเป็นกลุ่ม 1)
มีคำกริยาบางคำที่ลงท้ายด้วยเสียง -iru หรือ -eru ดูผิวเผินเหมือนจะต้องเป็นคำกริยากลุ่ม 2 แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงจัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ซึ่งคำเหล่านี้เป็นคำพื้นฐานที่ออกสอบและใช้พิมพ์บ่อยมาก ต้องระวังเป็นพิเศษครับ:
• 帰る (kaeru - กลับ) -> ผันแบบกลุ่ม 1
• 走る (hashiru - วิ่ง) -> ผันแบบกลุ่ม 1
• 入る (hairu - เข้า) -> ผันแบบกลุ่ม 1
• 知る (shiru - รู้) -> ผันแบบกลุ่ม 1
• 切る (kiru - ตัด) -> ผันแบบกลุ่ม 1
• 要る (iru - จำเป็นต้องใช้/เอา) -> ผันแบบกลุ่ม 1
การพิมพ์ทบทวนคำเหล่านี้บนระบบแป้นพิมพ์ฝึกหัดบ่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายคุณแยกแยะความคุ้นเคยได้โดยอัตโนมัติ!
เจาะลึก: คู่มือผันคำกริยาแต่ละรูปอย่างละเอียด (Conjugation Guide)
หลังจากเราแยกแยะประเภทคำกริยาได้แม่นยำแล้ว ต่อไปคือกระบวนการผันรูป ซึ่งเรามักจะเริ่มฝึกจาก 4 รูปสำคัญในชีวิตประจำวัน ดังนี้ครับ:
1. การผันเป็นรูปสุภาพ (ます形 - Masu Form)
ใช้เพื่อแสดงความสุภาพเรียบร้อยในการเจรจากับคนแปลกหน้า ผู้ใหญ่ หรือเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ
- กลุ่มที่ 1: เปลี่ยนเสียงสระตัวสุดท้ายจากแถว U ให้กลายเป็นแถว I แล้วเติม ます (masu) เข้าไป
เช่น 買う (kau) -> 買い (kai) + ます = 買います (kaimasu)
書く (kaku) -> 書き (kai) + ます = 書きます (kakimasu)
話す (hanasu) -> 話し (hanashi) + ます = 話します (hanashimasu) - กลุ่มที่ 2: ตัดตัว る (ru) ทิ้งไปเฉยๆ แล้วเติม ます (masu) ได้เลย
เช่น 食べる (taberu) -> 食べます (tabemasu)
見る (miru) -> 見ます (mimasu) - กลุ่มที่ 3: ผันแบบพิเศษเฉพาะตัว
する (suru) -> します (shimasu)
来る (kuru - คุรุ) -> 来ます (kimasu - คิมะซุ) *ระวังเสียงอ่านเปลี่ยนไปจาก คุ เป็น คิ*
2. การผันรูปเชื่อมประโยค (て形 - Te Form)
รูป て เป็นรูปที่มีประโยชน์มหาศาลในภาษาญี่ปุ่น ใช้เชื่อมประโยคเข้าด้วยกัน แสดงลำดับเหตุการณ์ ใช้ขอร้องสุภาพ (~てください) หรือใช้บอกเหตุการณ์ที่กำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน (~ています)
สำหรับกลุ่ม 2 และ 3 นั้นผันง่ายมาก แต่กลุ่ม 1 มีกฎย่อยๆ ที่คนไทยมักจะจำไม่ได้ ครูพี่ YUI & YUTO แนะนำให้ท่องสูตรเป็นจังหวะเพลงแบบนี้ครับ:
🎵 เพลงจำสูตรผันรูป て (Te Form Song Rhythm):
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ท้ายคำลงท้ายด้วย う (u) / つ (tsu) / る (ru) -> ให้เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น って (tte) (สะดุด-เตะ)
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ท้ายคำลงท้ายด้วย む (mu) / ぶ (bu) / ぬ (nu) -> ให้เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น んで (nde)
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ท้ายคำลงท้ายด้วย く (ku) -> ให้เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น いて (ite)
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ท้ายคำลงท้ายด้วย ぐ (gu) -> ให้เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น いで (ide)
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ท้ายคำลงท้ายด้วย す (su) -> ให้เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น して (shite)
• ข้อยกเว้นพิเศษ: คำว่า 行く (iku - ไป) แม้จะลงท้ายด้วย く แต่ให้ผันเป็น 行って (itte) เสมอ!
สรุปตัวอย่างการผันรูป て ของคำกริยาทุกกลุ่ม:
- กลุ่มที่ 1 (Godan Verbs):
• 会う (au) -> 会って (atte - พบเจอ)
• 待つ (matsu) -> 待って (matte - รอ)
• 作る (tsukuru) -> 作って (tsukutte - ทำ/สร้าง)
• 読む (yomu) -> 読んで (yonde - อ่าน)
• 遊ぶ (asobu) -> 遊んで (asonde - เล่น)
• 死ぬ (shinu) -> 死んで (shinde - ตาย)
• 書く (kaku) -> 書いて (kaite - เขียน)
• 泳ぐ (oyogu) -> 泳いで (oyoide - ว่ายน้ำ)
• 話す (hanasu) -> 話して (hanashite - พูดคุย) - กลุ่มที่ 2 (Ichidan Verbs): ตัด る (ru) ทิ้งแล้วใส่ て (te) ทันที
• 食べる (taberu) -> 食べて (tabete - กิน)
• 見る (miru) -> 見て (mite - ดู) - กลุ่มที่ 3 (Irregular Verbs):
• する (suru) -> して (shite)
• 来る (kuru) -> 来て (kite - คิเตะ)
3. การผันรูปอดีต (た形 - Ta Form)
รูป た ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต (Past Tense) หรือใช้คู่กับรูปประโยคบอกประสบการณ์ เช่น ~たことがあります (เคยทำ...) และรูปประโยคบอกทางเลือก ~たり~たりします (ทำนั่นทำนี่บ้าง)
ข่าวดีก็คือ: วิธีการผันรูป た นั้นเหมือนกับการผันรูป て ทุกประการ! เพียงแค่คุณเปลี่ยนตัวอักษรลงท้ายจาก て (te) เป็น た (ta) และเปลี่ยนจาก เดะ (de) เป็น ดะ (da) เท่านั้นเองครับ! ลองดูการเปรียบเทียบง่ายๆ ด้านล่างนี้:
- อ่านหนังสือ: 読む (yomu) -> รูป て: 読んで (yonde) -> รูป た: 読んだ (yonda - ได้อ่านแล้ว)
- เขียนจดหมาย: 書く (kaku) -> รูป て: 書いて (kaite) -> รูป た: 書いた (kaita - ได้เขียนแล้ว)
- กินข้าว: 食べる (taberu) -> รูป て: 食べて (tabete) -> รูป た: 食べた (tabeta - ได้กินแล้ว)
- ทำการบ้าน: する (suru) -> รูป て: して (shite) -> รูป た: した (shita - ได้ทำแล้ว)
4. การผันรูปปฏิเสธทั่วไป (ない形 - Nai Form)
รูป ない ใช้แสดงการปฏิเสธในสไตล์กันเองหรือรูปประโยคห้ามปรามและข้อกำหนด เช่น ~ないเดะください (กรุณาอย่า...) หรือ ~なければならない (จำเป็นต้อง...)
- กลุ่มที่ 1: เปลี่ยนเสียงสระตัวสุดท้ายจากแถว U ให้กลายเป็นแถว A แล้วเติม ない (nai)
เช่น 書く (kaku) -> 書か (kaka) + ない = 書かない (kakanai - ไม่เขียน)
話す (hanasu) -> 話さ (hanasa) + ない = 話さない (hanasanai - ไม่พูด)
*ข้อยกเว้นพิเศษสำหรับคำที่ลงท้ายด้วยสระ う (u): จะต้องเปลี่ยนเป็นอักษร わ (wa) ไม่ใช่ あ (a)
เช่น 買う (kau) -> 買わ (kawa) + ない = 買わない (kawanai - ไม่ซื้อ) *ห้ามเขียน 買あない เด็ดขาด* - กลุ่มที่ 2: ตัดตัว る (ru) ทิ้งไปเฉยๆ แล้วเติม ない (nai) ได้เลย
เช่น 食べる (taberu) -> 食べない (tabenai - ไม่กิน)
見る (miru) -> 見ない (minai - ไม่ดู) - กลุ่มที่ 3: ผันแบบเฉพาะตัว (ระวังเสียงอ่านภาษาญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไป)
する (suru) -> しない (shinai)
来る (kuru - คุรุ) -> 来ない (konai - โคไน) *ระวังออกเสียงจาก คุ เปลี่ยนเป็น โค*
ตารางเปรียบเทียบการผันคำกริยา 15 คำที่พบบ่อย (Verb Conjugation Cheat Sheet)
| รูปพจนานุกรม | กลุ่ม | รูป ます (สุภาพ) | รูป て (เชื่อม) | รูป た (อดีต) | รูป ない (ปฏิเสธ) | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 買う (kau) | กลุ่ม 1 | 買います (kaimasu) | 買って (katte) | 買った (katta) | 買わない (kawanai) | ซื้อ |
| 待つ (matsu) | กลุ่ม 1 | 待ちます (machimasu) | 待って (matte) | 待った (matta) | 待たない (matanai) | รอ |
| 帰る (kaeru) *ข้อยกเว้น | กลุ่ม 1 | 帰ります (kaerimasu) | 帰って (kaerette) | 帰った (kaeratta) | 帰らない (kaeranai) | กลับบ้าน |
| 読む (yomu) | กลุ่ม 1 | 読みます (yomimasu) | 読んで (yonde) | 読んだ (yonda) | 読まない (yomanai) | อ่าน |
| 書く (kaku) | กลุ่ม 1 | 書きます (kakimasu) | 書いて (kaite) | 書いた (kaita) | 書かない (kakanai) | เขียน |
| 行く (iku) *พิเศษ | กลุ่ม 1 | 行きます (ikimasu) | 行って (itte) | 行った (itta) | 行かない (ikanai) | ไป |
| 話す (hanasu) | กลุ่ม 1 | 話します (hanashimasu) | 話して (hanashite) | 話した (hanashita) | 話さない (hanasanai) | คุย / สนทนา |
| 食べる (taberu) | กลุ่ม 2 | 食べます (tabemasu) | 食べて (tabete) | 食べた (tabeta) | 食べない (tabenai) | กิน / ทาน |
| 見る (miru) | กลุ่ม 2 | 見ます (mimasu) | 見て (mite) | 見た (mita) | 見ない (minai) | ดู / เห็น |
| 寝る (neru) | กลุ่ม 2 | 寝ます (nemasu) | 寝て (nete) | 寝た (neta) | 寝ない (nenai) | นอน |
| 起きる (okiru) | กลุ่ม 2 | 起きます (okimasu) | 起きて (okite) | 起きた (okita) | 起きない (okinai) | ตื่นนอน |
| 教える (oshieru) | กลุ่ม 2 | 教えます (oshiemasu) | 教えて (oshiete) | 教えた (oshieta) | 教えない (oshienai) | สอน / บอกข้อมูล |
| する (suru) | กลุ่ม 3 | します (shimasu) | して (shite) | した (shita) | しない (shinai) | ทำ |
| 来る (kuru) | กลุ่ม 3 | 来ます (kimasu) | 来て (kite) | 来た (kita) | 来ない (konai) | มา |
เคล็ดลับสไตล์ YUI & YUTO: วิธีฝึกการจำผันกริยาด้วย Muscle Memory เคาะแป้นพิมพ์
ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นหลายคนเก่งทฤษฎีมาก แต่พอนำไปใช้งานเขียนรายงานหรือคุยแชทจริงกลับตอบสนองได้ช้ามาก นั่นเป็นเพราะพวกเขาใช้ความจำแบบ "คิดคำนวณไวยากรณ์ในสมองทีละเสี้ยววินาที" เพื่อแก้ปัญหานี้ วิธีการที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนความจำในเนื้อสมองให้ย้ายไปอยู่ที่กล้ามเนื้อนิ้วมือแทน (Muscle Memory)
เมื่อคุณนำรูปประโยคผันกริยาต่างๆ มาฝึกหัดเคาะแป้นพิมพ์บนระบบ JP Typing Master เป็นประจำ สมองจะเลิกพยายามแปลศัพท์ทีละคำ แต่จะสั่งให้นิ้วมือพิมพ์คำที่ต่อหางเรียบร้อยออกมาโดยอัตโนมัติ การสะกดพิมพ์คำว่า taberu ตามด้วยการสะกด tabete หรือการสะกดคำข้อยกเว้นอย่าง kaeru ไปเป็น kaette ด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติจะกลายเป็นจังหวะเคาะนิ้วที่เกิดขึ้นเอง ช่วยประหยัดพลังงานสมองส่วนขวาในการสื่อสารได้อย่างชัดเจนครับ!
แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน: ทดสอบความแม่นยำภาษาญี่ปุ่นของคุณ
ลองผันคำกริยาต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามโจทย์ที่กำหนด เพื่อเช็คความคุ้นเคยของตัวเองกันครับ (เฉลยพร้อมคำอธิบายแบบละเอียดอยู่ด้านล่าง)
1. คำกริยา 飲む (nomu - ดื่ม) ผันเป็นรูป て (Te Form) ที่ถูกต้องคืออะไร?
A) 読んで (yonde)
B) 飲みて (nomite)
C) 飲んで (nonde)
2. คำกริยา 買う (kau - ซื้อ) เมื่อต้องการบอกว่า "ไม่ได้ซื้อ" (รูปปฏิเสธกันเอง) จะสะกดอย่างไร?
A) 買わない (kawanai)
B) 買あない (kaanai)
C) 買いたい (kaitai)
3. คำกริยาข้อยกเว้น 帰る (kaeru - กลับ) เมื่อผันเป็นรูปอดีต (た形) จะสะกดอย่างไร?
A) 帰った (kaetta)
B) 帰りた (kaerita)
C) 帰て (kaete)
4. คำกริยากลุ่มที่ 3 来る (kuru - มา) ในรูปปฏิเสธ (ない形) ออกเสียงและสะกดอย่างไร?
A) 来ない (konai)
B) 来ない (kunai)
C) 来ない (kinai)
เฉลยและคำอธิบายโดยละเอียด:
- ข้อ 1 ตอบ: C (nonde)
• คำกริยา 飲む (nomu) ลงท้ายด้วยเสียง む (mu) จัดอยู่ในคำกริยากลุ่มที่ 1
• ตามกฎการผันรูป て คำที่ลงท้ายด้วย む (mu) / ぶ (bu) / ぬ (nu) จะต้องเปลี่ยนส่วนท้ายให้กลายเป็น んで (nde) ดังนั้นจึงผันเป็น 読んで (yonde - อันนี้แปลว่าอ่านของคำว่า yomu) และสะกดสำหรับดื่มเป็น 飲んで (nonde) - ข้อ 2 ตอบ: A (kawanai)
• คำกริยา 買う (kau) ลงท้ายด้วยเสียง う (u) จัดอยู่ในคำกริยากลุ่มที่ 1
• กฎสำหรับการผันรูปปฏิเสธ (ない) ของเสียงลงท้าย う (u) จะมีข้อยกเว้นพิเศษที่ต้องเปลี่ยนเสียงเป็นตัวอักษร わ (wa) แล้วจึงเติม ない เสมอ ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ 買わない (kawanai) ห้ามสะกดผิดเป็น 買あない ครับ - ข้อ 3 ตอบ: A (kaetta)
• แม้คำว่า 帰る (kaeru) จะลงท้ายด้วยเสียง -eru แต่ตามกฎภาษาศาสตร์ดั้งเดิม จัดเป็นคำกริยากลุ่มที่ 1 (ข้อยกเว้นพิเศษ)
• คำกริยากลุ่ม 1 ที่ลงท้ายด้วยเสียง る (ru) จะต้องเปลี่ยนรูปเป็น った (tta) เมื่อต้องการผันรูปอดีต ดังนั้นจึงได้คำตอบเป็น 帰った (kaetta) ส่วนข้อ B เป็นวิธีคิดสะกดแบบกลุ่ม 2 ซึ่งผิดไวยากรณ์ครับ - ข้อ 4 ตอบ: A (konai)
• คำกริยา 来る (kuru) เป็นคำกริยากลุ่มที่ 3 ซึ่งต้องจำรูปพิเศษ
• ในรูปปฏิเสธ (ない形) อักษรคันจิ 来 จะต้องเปลี่ยนเสียงไปออกเป็นเสียง こ (ko) ดังนั้นรูปสะกดจึงเป็น 来ない (konai) ซึ่งต่างจากรูป ます ที่ออกเสียงเป็น คิมะซุ (kimasu)
บทสรุปจากครูพี่ YUI & YUTO
การฝึกฝนทักษะการผันคำกริยาภาษาญี่ปุ่นแรกๆ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องของการวิเคราะห์คณิตศาสตร์ที่ต้องคำนวณตาราง แต่อย่าท้อถอยไปครับ! ไม่มีใครที่เรียนภาษาต่างประเทศแล้วจะไม่ออกเสียงเพี้ยนหรือผันคำช่วยและกริยาพลาด สิ่งสำคัญคือการลบความกลัวออกไป และเริ่มป้อนข้อมูลภาษาที่ถูกต้องเข้าสู่สมองผ่านทัศนประสาทและการขยับนิ้วมือพิมพ์จริงบนเว็บไซต์ JP Typing Master ทุกวัน วันละเพียง 10 นาที สมองส่วน Muscle Memory จะทำหน้าที่จัดประเภทระบบกล้ามเนื้อนิ้วมือให้คุณเองอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยๆ สะสมชั่วโมงบินไปแล้วคุณจะพบว่าตัวคุณสามารถพิมพ์และคิดประโยคภาษาญี่ปุ่นออกมาได้เองโดยสัญชาตญาณในอนาคตอันใกล้! がんばってください! (สู้ๆ นะครับ!)
ลองเล่นเกมพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นฟรีเดี๋ยวนี้
Play Nowบทความที่แนะนำ
เขียนและตรวจสอบโดย: YUI & YUTO
Verified Japanese Expertsทีมงานมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนไทย ร่วมกับเจ้าของภาษา (Native Speakers) ที่มีประสบการณ์สอนและการออกแบบสื่อดิจิทัลมากกว่า 10 ปี มุ่งเน้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์การเรียนรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์สมองและจิตวิทยาการจดจำ เพื่อช่วยให้คนไทยจดจำคำศัพท์และไวยากรณ์ญี่ปุ่นได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติที่สุด